KTB ชี้น้ำท่วมกระทบผลผลิตข้าวเพียง 2.3% แต่แนะจับตาส่งออกเสี่ยงแข่งขันรุนแรง

(Krungthai COMPASS) ศูนย์วิจัยธนาคาร กรุงไทย KTB ประเมิน ผลผลิตข้าว ที่เสียหาย จริง จะอยู่ที่ราว 1.6 ล้านไร่ คิดเป็นเพียง 2.3% ของพื้นที่ ปลูกข้าวทั้งประเทศ และ คิดเป็นมูลค่า ความเสียหาย ประมาณ 5,400 ล้าน บาท

ขณะที่มีพื้นที่ ปลูกข้าว ได้รับผลกระทบ จากอุทกภัย ในครั้งนี้ มีประมาณ 3.9 ล้านไร่ โดย ผลผลิต ข้าว ที่ได้รับ ความเสียหาย

ส่วนมาก เป็นข้าว ที่อยู่ ในระยะของการ เจริญเติบโต หรือ ข้าวที่ ออกรวง และ พร้อมเก็บเกี่ยว ส่วนข้าวที่เพิ่งหว่าน คาดว่า จะสามารถ ทนน้ำได้ และ หากเป็นพื้นที่ ที่น้ำไม่ท่วมขังนาน ข้าวจะไม่เสียหายมากนัก โดยปกติ ข้าวจะ

ทนน้ำ ได้อย่างน้อย 15 วัน และ ผลผลข้าวที่ได้รับเสียหาย

ส่วนใหญ่ อยู่ใน พื้นที่ จังหวัดนครราชสีมา นครสวรรค์ ชัยภูมิ ศรีสะเกษ และ พิจิตร เนื่องจาก มีน้ำท่วมขัง เป็นเวลานาน

หากให้เปรียบเทียบ ผลกระทบจาก อุทกภัย ในปี 64 ส่งผล เสียหาย น้อยกว่า มหาอุทกภัย ในปี 54 และ ปัญหาภัย แล้ง ในปี 58 เรียกได้ว่า อุทกภัยปี นี้ มีสัดส่วน ความเสียหายน้อยมาก โดย อุทกภัยปี 54 มีพื้นที่เพาะปลูกข้าว ที่

ได้รับ ความเสียหายจริง อยู่ที่ 11.2 ล้านไร่ คิดเป็นมูลค่า ความเสียหาย รวมถึง 43,601 ล้านบาท ความเสียหาย มากกว่า ปีนี้ถึง 8 เท่า

ขณะที่ภัย แล้ง เมื่อในปี 58มี พื้นที่ เพาะปลูกข้าว ที่ได้รับความ เสียหายจริง อยู่ที่ 2.9ล้าน ไร่  คิดเป็นมูลค่า ความเสียหาย  รวมประมาณ 10,508ล้านบาท ความเสียหาย มากกว่าครั้งนี้ ประมาณ 2 เท่า

ในขณะที่ ปัญหา อุทกภัย ใน ปีนี้ จะไม่ส่งผลกระทบ กับผลผลิตข้าว มากนัก ยังคาดว่า จะทำให้ ปริมาณน้ำสะสม ใช้การได้ ในเขื่อน อยู่ในระดับสูงขึ้น ซึ่งจะ ส่งผลดี ให้ช่วงฤดูแล้ง ของปี 65 จะมีแหล่งน้ำ เพียงพอ สำหรับ การเพาะ

ปลูก จึงคาดว่า ในปี 65 ผลผลิตข้าวเปลือก จะเพิ่มขึ้นมา อยู่ที่ 32 ล้านตัน หรือ เพิ่มขึ้น 6.3%

ท่ามกลางหลายๆปัญหา และ ความท้าทาย ต่างๆ ที่ เกษตรกร รวมถึง ผู้ประกอบการ ที่เกี่ยวข้อง ใน ห่วงโซ่ อุปทาน ธุรกิจข้าว ต้องเผชิญอยู่ โดยเฉพาะ ปัญหาใน ด้านการผลิต และ การส่งออก ไม่ว่าจะเป็น ปัญหากำลังการผลิต ส่วนเกิน

จำนวน มากของ โรงสี ที่มี เกือบ สองเท่า ของ ปริมาณ ข้าวเปลือก ที่เป็นวัตถุดิบในแต่ ละปี

อีกทั้ง การบริโภค ในประเทศ ไม่ได้เพิ่มขึ้น และ มีแนวโน้ม ลดลง ตามกระแส รักษ์สุขภาพ อีกด้วย ขณะที่การส่งออกข้าว ยากขึ้น เนื่องจาก ราคาส่งออกข้าวไทย เฉลี่ย ยังสูงกว่าคู่แข่ง และ มีแนวโน้ม ที่จะถูกตีตลาด จากข้าว

พื้นนุ่ม ของเวียดนาม ที่เป็นที่นิยม มากขึ้น ในตลาดโลก

ในยุคนี้ มีการใช้ เทคโนโลยี ดาวเทียม มาช่วยในการ คิดวิเคราะห์ ผลกระทบ ที่มาจากภัยธรรมชาติ จากเดิม ที่ใช้ วิธีการลงพื้นที่สำรวจ ซึ่งในบางที ข้อมูล อาจล่าช้า และ ไม่ทันเหตุการณ์ โดยข้อมูล ภาพถ่ายดาวเทียม จัด

เป็น ข้อมูล

High-Frequency Indicator ซึ่งความถี่ ในการ อัพเดทข้อมูล เป็นรายวัน

ทำให้ ช่วยติดตาม สถานการณ์ ภัยธรรมชาติ ล่าสุดได้ เช่น แผนที่ดาว เทียม ของ GISTDAณ วันที่ 3 พ.ย.64 แสดงให้เห็น ว่ายังคง มี จังหวัด ที่มี น้ำท่วมขัง ได้แก่ จังหวัด ในภาคกลาง คือ สุโขทัย พิษณุโลก ขอนแก่น ชัยภูมิ

นครสวรรค์ อุบลราชธานี นครราชสีมา อุทัยธานี ชัยนาท สระบุรี สุพรรณบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง  ลพบุรี พระนครศรี อยุธยา และ ปทุมธานี

ปัญหา ที่ต้องเผชิญ คือ การส่งออก ที่มี การแข่งขัน ทางด้านราคารุนแรง ซึ่ง จะกดดัน ให้ราคาข้าว ในประเทศ มีแนวโน้มลดลง ทำให้ การส่งออกจะดีขึ้น แต่ ไม่มากนัก โดย อยู่ที่ ประมาณ 6.5 ล้านตัน และ ยังถือว่า อยู่ในระดับต่ำ หากเทียบ กับ ในช่วงปี 50-61 ที่เคยส่งออก ได้เฉลี่ย ปีละ 9-10 ล้านตัน

เนื่องจาก ค่าเงินบาท ที่มีแนวโน้ม กลับมาแข็งค่า ทำให้ ราคาข้าวไทย แข่งขัน กับราคาข้าวที่ต่ำกว่า ของประเทศคู่แข่ง อย่างเวียดนาม และ อินเดียได้ยากขึ้น อีกทั้งคาดว่า ผลผลิตข้าว ของประเทศคู่แข่ง สำคัญของไทย เช่น เวียดนาม และ อินเดีย จะมีปริมาณเพิ่มขึ้น

จากสภาพภูมิอากาศ ที่เอื้ออำนวย ต่อการปลูก ทำให้ การแข่งขัน ในตลาดข้าว โลกรุนแรง จึงคาดว่า ราคาขายส่งข้าวสาร ของไทย จะมีแนวโน้มลดลง โดยประเมินว่า ในครึ่งแรก ของปี 65 ราคาขาย ส่งข้าวขาว 5% เฉลี่ยจะ

อยู่ที่ ประมาณ 11,270บาท/ตัน หรือ ลดลง21.1%YoY ส่วน ราคาขาย ส่งข้าวหอมมะลิ100% เฉลี่ยจะ อยู่ที่ 18,668บาท/ตัน หรือ ลดลง20.7%YoY

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาต้นทุน ค่าระวางเรือ ที่อยู่ในระดับสูง เป็นปัจจัย ถ่วงอัตรากำไรของธุรกิจ

“แม้อุทกภัย รอบนี้ จะไม่ได้ ส่งผลกระทบ ต่อ ผลผลิตข้าว อย่างมีนัยสำคัญ แต่ ธุรกิจโรงสี ยังมีความเสี่ยง ด้านวัตถุดิบ ที่มีน้อยกว่า กำลังการผลิต โดยรวม ประกอบกับ ต้องแข่งขัน ด้านราคา ในการรับซื้อ ข้าวเปลือก เพื่อ

รักษา กำลังการผลิต ทำให้มีต้นทุน ในการผลิตสูง ขณะที่ ราคาขายส่งข้าวสาร ถูกกดดันจาก ตลาดส่งออก

มีผลให้ มาร์จิ้น ของ ธุรกิจ โรงสีข้าว อยู่ ในระดับต่ำ อีกทั้งหาก มีสต็อก เดิมเหลืออยู่ และ ระบายออก ไม่ทัน จะยิ่งมีความเสี่ยง ขาดทุนสต็อกมากขึ้น” เอกสาร ศูนย์วิจัย ระบุ

นอกไปจากนี้ ปัญหา ภัยธรรมชาติ เป็น ปัจจัยที่จัดว่า เสี่ยง ที่ไม่สามารถ ควบคุมได้ง่าย ๆ  และ ส่งผลกระทบ ต่อ ปริมาณ ผลผลิตข้าวเปลือก ซึ่ง ผู้ประกอบการ ในกลุ่ม ธุรกิจข้าว ควรให้ความสำคัญ ในการ ติดตาม

เหตุการณ์

ภัยธรรมชาติ อย่างแนบชิด อย่างเช่น แนวโน้มการเกิดปรากฏการณ์ เอลนิโน่ หรือ ลานิญ่า, ทิศทางกระแสลม และ พายุ, คาดการณ์ ปริมาณน้ำฝน, ปริมาณน้ำ ในเขื่อนใช้การได้รายภาค, ข้อมูลพื้นที่ น้ำท่วม จากดาวเทียม

ยูฟ่า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *