อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ส่งกุนซือมากฝีมือเสริมทัพแกร่งนั่งกุมบังเหียนกลุ่มประเทศอาเซียน วางหมากก้าวสู่การเป็น Smart Event Organizer ลั่นพร้อมบุกทุกเอ็กซ์ซิบิชั่นส่งธุรกิจโตฝ่าวิกฤตโควิด ตั้งเป้าดันไทยเป็นศูนย์กลางการจัดงานแสดงสินค้าจัดแห่งภูมิภาคอาเซียน

อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ไม่หวั่นโควิดระลอกถัดไป ถึงเวลาที่ทุกคนต้องอยู่กับ “ชีวิตวิถีใหม่” – NEXT NORMAL LIFE ล่าสุดส่งผู้บริหารมากประสบการณ์ “เอียน โรเบิร์ต” (Mr. Ian Roberts) รองประธานบริษัท – ภูมิภาคเอเชีย อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์มาประจำประเทศไทย ดูแลวางกลยุทธ์กลุ่มประเทศอาเซียน รับมือความท้าทายทุกมิติ นำทัพเร่งเดินเครื่องจัดงานในรูปแบบไฮบริดแพลตฟอร์มตามแบบฉบับวิถีชีวิตใหม่

ตอกย้ำความเชื่อมั่น     เตรียมจัดงานอีเวนท์ระดับโลกในปีหน้า ชูนวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลผสมผสานกับงานแสดงแบบรูปแบบปกติ ภายใต้มาตรฐานเดียวกันทั่วโลก พร้อมปรับกลยุทธ์ส่ง อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ กลุ่มประเทศอาเซียน ขึ้นแท่นบริษัทผู้จัดงานแสดงสินค้า Smart Event Organizer ผู้นำการจัดงานอย่างครบวงจร พร้อมตอบสนองเทรนด์แห่งอนาคตมุ่งสู่การทำธุรกิจอย่างยั่งยืน เติมเต็มความต้องการของพันธมิตรธุรกิจให้เติบโต  คาดธุรกิจการจัดงานประชุม นิทรรศการและงานแสดงสินค้าในประเทศไทยเติบโตได้ในอนาคต

มร.เอียน โรเบิร์ตส์ (Mr. Ian Roberts) รองประธานบริษัท – ภูมิภาคเอเชีย อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์กล่าวว่า ภายหลังได้รับการแต่งตั้งให้เข้ามาบริหารอินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยเลือกประจำการอยู่ที่สำนักงานประเทศไทย เพราะมองเห็นถึงศักยภาพการเป็นฮับของการจัดงานการประชุมและงานแสดงสินค้าในระดับภูมิภาค โดยปัจจุบัน อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ประเทศไทยนับว่าใหญ่ที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียน

ในปี 2563 สามารถสร้างสัดส่วนรายได้มากกว่า 35 เปอร์เซ็นต์ จากรายได้รวมหมดทั้งภูมิภาคอาเซียน แม้จะได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แต่ก็สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว โดยคาดหวังที่จะเห็นการฟื้นตัวของธุรกิจการจัดแสดงสินค้ากลับสู่ภาวะปกติได้อีกครั้งในเร็ววัน หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดทั่วโลกเริ่มคลี่คลาย และมีการปลดล็อกการเดินทางระหว่างประเทศในหลายประเทศทั่วโลก

 ” ปีหน้าจะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนผ่าน ซึ่งสถานการณ์จะขึ้นอยู่กับการเดินทาง หลังประเทศต่าง ๆ เริ่มปลดล็อกให้ผู้คนได้เดินทางไปมาระหว่างกันอย่างสะดวกมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ธุรกิจกลับสู่การฟื้นตัว และกลับสู่จุดเดิมที่เคยเป็นได้อีกครั้งภายในปี 2566 โดยประเทศไทยยังคงเป็นประเทศที่แข็งแกร่งมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางงานแสดงสินค้าในระดับภูมิภาค จากหลากหลายปัจจัย

โดยปีหน้าจะมีศูนย์การประชุมขนาดใหญ่พร้อมรองรับการจัดงานระดับนานาชาติถึงสามแห่ง และยังมีศักยภาพด้านของบุคลากร และอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่ตอบโจทย์ความต้องการในการจัดงาน ทั้งยังมีราคาที่พัก ร้านอาหารและค่าครองชีพที่เหมาะสม มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ทุกคนต่างต้องการมาเยือน มีการจัดการบริหารธุรกิจ MICE อย่างเป็นระบบผ่านองค์กรอย่าง สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. จึงเชื่อมั่นว่าหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลายประเทศไทยจะยังเป็นศูนย์กลางการจัดประชุมที่มีศักยภาพไม่เฉพาะแค่ในภูมิภาคอาเซียนแต่มีศักยภาพถึงระดับภูมิภาค” มร.โรเบิร์ตส์ กล่าว

วางหมากตั้งเป้าหมายธุรกิจ มุ่งสู่การเป็น Smart Event Organizer

ในด้านเป้าหมายในทางธุรกิจนั้น ตั้งเป้าที่จะบูรณาการการจัดงานรับเทรนด์ใหม่ของโลก โดยเดินหน้าจัดงานแบบไฮบริดแพลตฟอร์ม ซึ่งยังคงให้ความสำคัญกับการจัดงานแบบออนไซต์ที่จะต้องสมบูรณ์แบบมากที่สุดเพื่อให้การพบปะเจรจาธุรกิจแบบ Face to Face สร้างประโยชน์สูงสุดต่อลูกค้า ขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับการจัดงานผ่านช่องทางออนไลน์

เพราะจะช่วยอำนวยความสะดวกและคล่องตัวตามแบบชีวิตวิถีใหม่ที่เราคุ้นเคย ดังนั้น การจัดงานแบบปกติและออนไลน์จะต้องควบคู่กัน นั่นหมายถึง ผู้ร่วมออกงานและผู้มาชมงานได้กำไรสูงสุด และเป็นความท้าทายของทีมงานที่จะก้าวข้ามความพยายามในการรับมือกับการทำงานในรูปแบบใหม่ เพื่อมุ่งสู่การเป็น Smart Event Organizer ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด

พร้อมเป็นตัวกลางในการติดต่อประสานงานให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจ โดยจะนำเทคโนโลยีดิจิทัลที่ได้เรียนรู้ในช่วงสองปีที่ได้รับผลกระทบจากโควิดและเดินหน้าเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อให้การจัดงานออนไลน์มีส่วนช่วยเติมเต็มให้การเข้าร่วมงานสะดวกมากขึ้น

โดยเราจะต้องเป็นมากกว่าผู้จัดงานแต่จะเป็นผู้เชื่อมโยงธุรกิจที่มีศักยภาพ ไม่ได้เป็นแค่เราเป็นผู้จัดงานรายใหญ่ที่สุด แต่ต้องเป็นผู้จัดงานแสดงสินค้าและกิจกรรมเชื่อมโยงธุรกิจที่ดีที่สุด นอกจากนี้ ยังได้เตรียมแผนงานพัฒนาบุคลากร เนื่องจากธุรกิจของเราไม่ได้มีสินค้าในมือแต่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของบุคคลเพื่อเชื่อมโยงและสร้างโอกาสธุรกิจ

จึงต้องเพิ่มขีดความสามารถของทีมงานภายใต้การทำงานอย่างมีความสุขและเกิดประสิทธิผลอย่างสูงสุด และอีกหนึ่งเป้าหมายที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน คือ การมุ่งสู่การทำธุรกิจอย่างยั่งยืนภายใต้แนวคิด Sustainable Development Goals (SDGs) ซึ่งเราได้เริ่มต้นและพยายามอย่างยิ่งยวด ในการดำเนินงานที่จะช่วยลดผลกระทบที่จะเกิดกับสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม

โดยเฉพาะกิจกรรมรณรงค์ในเรื่องการประหยัดพลังงาน หรือ การลดปริมาณการใช้ทรัพยากรสิ้นเปลืองต่างๆ ในการจัดงานอีเวนต์ ซึ่งกิจกรรมด้าน SDGs ที่จะจัดขึ้น เราจะวางแนวทางให้สอดคล้องกับรูปแบบของงานแต่ละงาน ทั้งนี้การดำเนินงานจะครอบคลุมในทุก ๆ กระบวนการของการดำเนินธุรกิจของเราเช่นกัน  มร.โรเบิร์ตส์ กล่าว  

พร้อมนำทัพส่งประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการจัดงานระดับนานาชาติ

การปักหมุดบริหารกลุ่มประเทศอาเซียน ที่ประเทศไทยครั้งนี้ มร.โรเบิร์ตส์ แย้มแผนงานที่เตรียมสยายปีก เพื่อตอกย้ำความมั่นใจในศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นผู้นำและเป็นศูนย์กลางการจัดงานแสดงสินค้าในภูมิภาค ด้วยการนำงานระดับโลกปักหมุดจัดที่ประเทศไทยเป็นครั้งแรกเพื่อมาเสริมความแกร่งร่วมกับ 10 งานใหญ่ของอินฟอร์มา มาร์เก็ตส์

ประเทศไทยที่จัดเป็นประจำทุกปี  อาทิ งาน  Cosmoprof CBE ASEAN งานจัดแสดงสินค้าเพื่อธุรกิจความงามซึ่งประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยมมาแล้วจากการจัดในประเทศอิตาลี, ฮ่องกง,จีน และอินเดีย งาน Jewellery and Gem ASEAN Bangkok งานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับแห่งภูมิภาคอาเซียน

โดยการร่วมมือกับ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ เอเชีย ผู้จัดงาน อัญมณีและเครื่องประดับที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเรามั่นใจว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางในการเป็นฮับของอุตสาหกรรมนี้ในภูมิภาคได้อย่างแน่นอน โดยคาดการณ์ว่าธุรกิจการจัดงานประชุม นิทรรศการและงานแสดงสินค้าโดยมองว่าในประเทศไทยจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2566 ตั้งเป้ารายได้ของ    อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ จากการจัดงานต่างๆ ในประเทศไทย จะกลับสู่ภาวะปกติได้อีกครั้งภายในปี 2566 เช่นกัน

อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ประกาศความสำเร็จท่ามกลางวิฤต พร้อมเดินหน้าวางกลยุทธ์สู่    การเป็น Smart

Event Organizer

อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ส่งกุนซือมากฝีมือเสริมทัพแกร่งนั่งกุมบังเหียน

ในส่วนการบริหารงานของประเทศไทย นายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวว่า จากการเผชิญหน้ากับโควิดตั้งแต่ครั้งแรกในปี 2563 ทำให้เราสามารถจัดงานได้แค่ 3 งานจากอย่างน้อย 8 งาน ซึ่งทั้ง 3 งานได้ปรับการจัดงานเป็นรูปแบบไฮบริดที่มีทั้งออนไซต์ (Physical Event) และออนไลน์ 

งาน INTERMACH & SUBCON Thailand 2020 งาน ASEAN SUSTAINABLE ENERGY WEEK 2020 และงาน ProPak Asia 2020 เป็นต้น และจากสถานการณ์การระบาดที่รุนแรงขึ้นในปีนี้ เราได้เผชิญกับความท้าทายใหญ่เพราะไม่สามารถจัดงานในรูปแบบปกติได้เลย แต่ท่ามกลางวิกฤตเราได้เห็นโอกาสทางธุรกิจ และการประสานพลังกับพันธมิตรทางธุรกิจของเราทั้งภาครัฐและเอกชน

ที่ได้จับมือฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน เพื่อให้ธุรกิจและอุตสาหกรรมได้เดินหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ เรียนรู้ และเปิดประสบการณ์ในการจัดงานในรูปแบบใหม่บนแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างครบวงจร ในรูปแบบ Virtual Event อาทิ งาน Propak Connect,  Fi Asia Online Event 2021  งาน Subcon Thailand & Intermach งาน ASEAN Sustainable Energy Week and Pumps & Valves Asia – Virtual Edition และงาน Food & Hotel Thailand x Thailand Sourcing Festival เป็นต้น โดยปีนี้ทั้งปีเรายังได้จัดสัมมาออนไลน์ร่วม 80 หัวข้อ การจับคู่ธุรกิจออนไลน์ถึง 6 ครั้ง และกิจกรรมทางด้านดิจิตอลอื่นๆกว่า 12 ครั้งครอบคลุมเกือบทุกอุตสาหกรรมสำคัญ

และในปี 2565 เราจะเดินหน้าจัดงานแสดงสินค้าในรูปแบบออนไซต์ (Physical Event) ผนวกเข้ากับความล้ำหน้าของเทคโนโลยีดิจิทัล (Virtual Event) เพื่อก้าวสู่การจัดงานในรูปแบบ Smart Event อย่างเต็มสูบ นอกจากงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติที่จะเริ่มจัดในปีหน้า เพื่อส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ กลับมาเติบโตอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้เรามีแผนขยายงานออกไปในภูมิภาคต่างๆ อาทิงาน MIRA (Maintenance Industrial Robotic and Automation Event) งานแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมของอุตสาหกรรมซ่อมบำรุง หุ่นยนต์อุตสาหกรรม ระบบอัตโนมัติ และโซลูชัน เพื่อเจาะกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมภายในพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมที่ใหญ่ครอบคลุม 3 จังหวัดเศรษฐกิจ และเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีการเติบโตมากที่สุดของประเทศไทยอีกด้วย

สำหรับการเข้ามาบริหารธุรกิจในกลุ่มภูมิภาคอาเซียนของ คุณโรเบิร์ตส์ ซึ่งได้เลือกประเทศไทยเป็นฐานในการบริหารงานนั้น ตอกย้ำให้เห็นถึงความสำคัญและศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการจัดงานในระดับนานาชาติได้เป็นอย่างดี รวมถึงทำให้เกิดการหารือ วิเคราะห์ ตัดสินใจร่วมกันได้อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงและการแข่งขัน มั่นใจว่าจะทำให้ธุรกิจเดินหน้าไม่หยุดนิ่งและสามารถพัฒนาได้แบบก้าวกระโดดอย่างแน่นอน” นายสรรชาย กล่าวปิดท้าย

บาคาร่าออนไลน์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *