ร่วมสืบสานงานประเพณี “ออกหว่า” วัดป่าตุ้มดอน อ.พร้าว เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 21 ตุลาคม 2564 สำนักศิลปะ และวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏ เชียงใหม่ เทศบาลตำบลป่าตุ้ม พร้อมพุทธศาสนิกชน ร่วมสืบสานประเพณีสิบสองเป็งล้าน “วันออกพรรษา” หรือ “ออกหว่า” ตรงกับ เดือน 1 หรือ เดือนเกี๋ยง (ตุลาคม) ตามปฏิทินล้านนา สล็อต

ชาวบ้าน จะพากันไปทำบุญ ถวายขันข้าว (ตานขันข้าว) ที่วัด โดยนำ สำรับอาหาร ทั้งคาว และหวาน มาถวาย พระเพื่ออุทิศส่วนบุญ ส่วนกุศล ให้กับบรรพบุรุษ ที่ล่วงลับไปแล้ว และนำข้าวตอก ดอกไม้ มาถวาย เป็นพุทธบูชา ให้แก่ตนเอง และครอบครัว

โดยมี พระมหาพนม ฑิตฺเมธี ได้สวดทำนองหลวง พร้อมกับ ประกอบพิธี ทางพุทธศาสนา พร้อมให้ชาวบ้าน เขียนชื่อบรรพบุรุษ ที่ล่วงลับไปแล้ว จากนั้น ทำพิธีเผาชื่อ เมื่อเสร็จแล้ว จึงกรวดน้ำ อุทิศส่วนบุญ ส่วนกุศล ให้บรรพบุรุษ ที่ล่วงลับ ร่วมทำบุญตักบาตร ฟังธรรม ทำสมาธิ แผ่เมตตา

หลังจากเสร็จประเพณีแล้ว พ่อครูส่างคำ จางยอด เพชรราชภัฏเพชรล้านนา ได้ “ฟ้อนโต” พร้อมสาธิต การเป่าปี่น้ำเต้า ปี่โบราณ ของชาวไทใหญ่ ให้กับร่วมงาน ชมในรูปแบบนิว นอร์มอล (New Normal) ณ วัดป่าตุ้มดอน อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่

ภาคเหนือ เป็นภาคที่มีความหลากหลาย ทางประเพณี และวัฒธรรม วิถีชีวิตและขนบธรรมเนียมเก่าแก่ มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็น

  • สำเนียงการพูด
  • การขับร้อง
  • การฟ้อนรำ
  • ดนตรี
  • การดำรงชีวิตแบบเกษตรกร
  • งานฝีมือ

ประเพณีตานขันข้าว คือ การถวายสำรับกับข้าวหรือถวายถาดใส่ข้าวและอาหาร ซึ่งประชาชนชาวเหนือนิยมทำกันมาช้านานแล้ว โดยความมุ่งหมาย คือ

The tradition of Tan Khan Khao is the offering of a set of dishes or offering a tray of rice and food. which the northern people have been doing for a long time on purpose

  1. การทานขันข้าว เพื่อตัวเอง
  2. ทานขันข้าว เพื่ออุทิศแก่บรรพชน
  3. ทานขันข้าว เพื่อบูชาคน
  4. และทานขันข้าว เพื่อบูชาเทพยดาทั้งหลาย

ประเพณีทานขันข้าว คือ ประเพณีการทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้วายชนม์ไปแล้ว เป็นวัฒนธรรม ที่แสดงถึง ความกตัญญู อีกแบบหนึ่ง ของชาวไทย โดยนำสำรับกับข้าว ไปถวายวัด ในวันเทศกาลสำคัญ เช่น สงกรานต์ เข้าพรรษาและออกพรรษา หรือทำบุญอุทิศส่วนกุศลในโอกาสอื่น ๆ

การทานขันข้าว เป็นกิจอย่างหนึ่งเนื่องด้วยความกตัญญู กตเวที และความเป็นคนมีการเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ ของประชาชน เมื่อได้ทำกันเป็นประจำ จนกลายเป็น ประเพณี การปฏิบัติสืบกันมา ไม่ขาดสายจนกระทั่งทุกวันนี้

ภาคเหนือ เป็นภาคที่ชอบจัดงานเลี้ยงฉลอง ตามสถานที่สำคัญ วันสำคัญ มาตั้งแต่สมัยโบราณ เรานำความรู้ประวัติศาสตร์เล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับ ศิลปการฟ้อนรำ มาฝาก ซึ่งการฟ้อนรำคนเหนือ จะแสดงเฉพาะ ในวันสำคัญ ทางพระพุทธศาสนา และพิธีสำคัญต่าง ๆ ปัจจุบันหาดูได้ยาก

ศิลปการฟ้อนรำ

ฟ้อนโต

เป็นการแสดง ที่นิยมกันอีกชุดหนึ่ง ตัวโต นั้น เชื่อกันว่า เป็นสัตว์ป่า ในหิมพานต์ชนิดหนึ่ง มีเขาคล้ายกวาง และมีขนยาว คล้ายจามรี ผสมกัน ระหว่างมังกร และสิงโต มีลักษณะร่ายรำ คล้ายการเชิดสิงโต ของจีน สำหรับความเป็นมานั้น มีเรื่องเล่าว่า

ตามตำนาน ในสมัยพุทธกาล หลังจาก พระพุทธเจ้า เสด็จกลับจาก การไปจำพรรษา เพื่อโปรดพุทธมารดา ณ สวรรค์ชั้นดาวดงส์ ขณะเสด็จลงสู่ โลกมนุษย์นั้น พุทธศาสนิกชน ทั้งหลาย ได้พร้อมใจ กันนำอาหาร ไปทำบุญตักบาตร ที่เรียกว่า “ตักบาตรเทโวโรหนะ”

พร้อมนั้น บรรดาสัตว์ต่าง ๆ จากป่าหิมพานต์ อันมีกินนร และ กินนรี ต่างพากันมาฟ้อนรำ แสดงความยินดี ในการเสด็จ กลับมา ของพระพุทธองค์ ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดประเพณี ตักบาตรเทโวโรหนะ

และเฉพาะชาวไทใหญ่ นิยมแต่งกายเป็น กินนร และกินนรี แล้วร่ายรำ เลียนแบบอากัปกิริยา ของอมนุษย์ ประเภทนี้ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา คนทางภาคเหนือ เชื่อว่า การได้ทำบุญ ให้กับนกกิกะหร่า และ โต จะเป็นสิริมงคล แกตนเอง

ฟ้อนนกกิงกะหร่า (galangal)

ฟ้อนกิงกะหร่า เป็นศิลปะการแสดงของชาวไทใหญ่ โดยแสดงเหมือน ตัวกินนร ในนิยายโบราณ ซึ่งมี ๒ ชนิด

  • ครึ่งคนครึ่งนก ท่อนบนเป็นคน ท่อนล่างเป็นนก
  • อีกชนะหนึ่ง มีรูปร่างเหมือนคน

เมื่อจะไปไหนมาไหนก็จะใส่ปีกใส่หางบินไป การฟ้อนกิงกะหร่าเป็นการเลียนแบบอมนุษย์ชนิดนี้

cauliflower It is a performance art of the Tai Yai people. by acting like the Kin-Nor in ancient novels, which have 2 types

Half-human, half-bird, upper body is human, lower body is bird.

  • Another win, shaped like a human

When going anywhere, they will put wings on their tails and fly away. The galangal dance is an imitation of this kind of inhuman.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *