กฎหมายทวงหนี้ รวมเรื่องที่คุณควรรู้ทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ไม่เข้าใครออกใคร มักจะสร้างปัญหาวุ่นวายใจ ให้กับใครหลาย ๆ คน โดยเฉพาะเรื่องของ การหยิบยืมเงิน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเจ้าหนี้ หรือลูกหนี้ก็ตาม หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่ชำระหนี้ตามกำหนด และหากมีการตกลงผ่อนปรนกันไม่ได้ ก็จะเกิดการทวงหนี้ ตามมานั่นเอง

ซึ่งกฎระเบียบ และรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับการทวงหนี้นั้น ถูกกำหนดไว้ ในกฎหมายทวงหนี้ ถือเป็นเรื่องที่ทั้งลูกหนี้ – เจ้าหนี้ ควรรู้ไว้ การทวงหนี้ ไม่ได้หมายถึง การทวงหนี้ ระหว่างบุคคลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงหนี้อื่น ๆ เช่น หนี้ธนาคาร หนี้บัตรเครดิต หนี้ผ่อนชำระรถยนต์ เงินกู้ ฯลฯ รับทวงหนี้

แม้กระทั่งการพนัน ก็ถือว่าเป็นหนี้รูปแบบหนึ่ง บ่อยครั้งที่เรามักเห็นข่าว การทวงหนี้ ด้วยวิธีที่รุนแรง และไม่เป็นธรรม หรือในกรณี ที่เราต้องการจะทวงหนี้ผู้อื่น และผู้อื่น จะมาทวงหนี้เรา จริง ๆ แล้วจำเป็นต้องดำเนิน ไปตามหลักของ กฎหมายทวงหนี้ เพื่อไม่ให้ขัดต่อกฎหมาย โดยมีรายละเอียดต่าง ๆ ที่ควรรู้ไว้ ดังนี้

  1. ความหมายของ “ลูกหนี้” และ “ผู้ทวงถามหนี้”
  • ลูกหนี้ คือ ลูกหนี้ ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา และให้รวมไปถึง ผู้ค้ำประกัน ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาด้วย
  • ผู้ทวงถามหนี้ คือ เจ้าหนี้ ซึ่งเป็นผู้ให้สินเชื่อ ผู้ประกอบธุรกิจ ตามกฎหมาย ว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค ผู้จัดให้มีการเล่นการพนัน เป็นปกติ ธุระตามกฎหมาย ว่าด้วยการพนัน และเจ้าหนี้อื่น ๆ ไม่ว่าหนี้ดังกล่าว จะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ก็ตาม
  1. ยืมเงินจำนวนเท่าไร จึงจะต้องทำหนังสือกู้ยืมเงิน

ยืมเงินตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไป สามารถทำ หนังสือสัญญากู้ยืมได้ โดยจะต้องมี การลงลายมือชื่อ ทั้งเจ้าหนี้ และลูกหนี้ ซึ่งหากผิดสัญญา ชำระหนี้ ก็สามารถนำไปฟ้องร้องได้

  1. ยืมเงินผ่านแชต ใช้เป็นหลักฐานฟ้องได้ไหม?

การทักขอยืมเงินผ่าน แชท ไม่ว่าจะเป็น แชทเฟส แชทไลน์ ฯลฯ ก็สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐาน ในการฟ้องร้องได้ แม้จะไม่ได้มีการ ทำหนังสือกู้ยืมเงิน เป็นลายลักษณ์อักษรก็ตาม

  1. โทรศัพท์ไปทวงหนี้ แต่ลูกหนี้ไม่รับสาย ถือเป็นการทวงหนี้แล้วหรือยัง
  • ผู้ทวงถามหนี้ โทรศัพท์ไปหาลูกหนี้ แต่ลูกหนี้ไม่รับสาย หรือกดวางสาย ก่อนจะมีการพูดคุย = ไม่นับเป็นการทวงหนี้
  • หากผู้ทวงถามหนี้ โทรศัพท์ไปหาลูกหนี้ ลูกหนี้รับสาย แต่พูดคุยเรื่องอื่น ที่ไม่ใช่เรื่องการทวงหนี้ = ไม่นับเป็นการทวงหนี้
  • หรือผู้ทวงถามหนี้ ทักไปสอบถามทางแชท แต่ลูกหนี้ยังไม่เปิดอ่าน = ไม่นับเป็นการทวงหนี้
  • แต่ถ้าผู้ทวงถามหนี้ ทักไปสอบถามทางแชท ลูกหนี้เปิดอ่านข้อความ แต่ไม่ตอบ = ถือเป็นการทวงหนี้แล้ว
  1. ทวงหนี้ได้วันละกี่ครั้ง

กฎหมายทวงหนี้ใหม่ กำหนดให้เจ้าหนี้ สามารถทวงหนี้ ได้ไม่เกินวันละ 1 ครั้ง หากฝ่าฝืน จะมีความผิด โดนโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท แต่ในกรณีที่ เพื่อนยืมเงินเพื่อน ทวงเกินวันละ 1 ครั้ง ถือว่าไม่ผิด

  1. “เวลาทวงถามหนี้” ควรทวงหนี้เวลาไหน จึงจะไม่ผิดกฎหมาย
  • วันจันทร์ – ศุกร์ เวลาทวงหนี้ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 20.00 น.
  • วันเสาร์ – อาทิตย์ , วันหยุดราชการ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลาทวงหนี้ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 18.00 น.
  1. การทวงหนี้แบบใด ที่ห้ามทำโดยเด็ดขาด
  • ห้ามพูดจาดูหมิ่น
  • ห้ามประจาน
  • ห้ามข่มขู่
  • ห้ามใช้ความรุนแรง
  • ห้ามทำร้ายร่างกาย
  • ห้ามทำลายทรัพย์สินของลูกหนี้ ให้เกิดความเสียหาย
  • ห้ามเปิดเผยเรื่องหนี้ ของลูกหนี้ ต่อผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง
  • ห้ามส่งเอกสารเปิดผนึก ทางไปรษณีย์ ที่แสดงให้เห็นว่า เป็นการทวงถามหนี้อย่างชัดเจน
  1. ทวงถามหนี้ อย่างไม่เป็นธรรม มีโทษอย่างไร

ถ้าทวงถามหนี้ โดยไม่เป็นไปตามขั้นตอน ที่กฎหมายบัญญัติไว้ ฝ่ายลูกหนี้ สามารถไปแจ้งความ ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ และผู้ทวงถามหนี้ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 – 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 – 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

แนวทางการทวงหนี้ ได้เงินคืนแบบไม่เสียน้ำใจ

ทวงหนี้ เป็นอีกหนึ่งประเด็นปัญหา ที่ทำลายมิตรภาพ ความสัมพันธ์ดี ๆ มานักต่อนัก กับเรื่องการให้ยืมเงิน และการทวงหนี้ ที่หลาย ๆ ครั้ง กลายเป็นเจ้าหนี้เอง ที่เป็นกังวลว่าจะ ทวงหนี้ อย่างไร ถึงจะรักษามิตรภาพ และน้ำใจไมตรี ต่อกันไว้ได้ ลองทำตามแนวทาง ดังต่อไปนี้

  1. ใจกล้าเข้าไว้ หากเงินนั้น จำนวนไม่มาก และไม่กล้าเอ่ยปาก อาจต้องปล่อยผ่านไป และคิดว่า ช่างมัน แต่ถ้าเงินก้อนนั้น จำเป็นกับคุณ และครอบครัว ต้องมีความกล้า และใจแข็ง เพราะการให้ยืมเงิน เป็นการให้ความช่วยเหลือ และถือเป็นธุรกิจ ถ้าไม่คิดดอกเบี้ย อย่างน้อยควรได้ทุนคืน ไม่ใช่หนี้สูญ
  2. ให้เกียรติลูกหนี้เสมอ ทั้งต่อหน้า และลับหลัง ไม่ว่าลูกหนี้ จะเป็นใคร สิ่งสำคัญ คือ ต้องให้เกียรติเขาเสมอ การเป็นหนี้ ไม่ได้หมายถึง การลดทอนศักดิ์ศรี ความเป็นคนของลูกหนี้ การเปิดเผยว่า เขาเป็นหนี้ อาจทำให้กระทบต่อชีวิต ด้านอื่น ๆ ตามบทบาท ในสังคมของเขาด้วย หากต้องการคุยถึง หนี้สินที่ติดค้าง ควรหนักแน่นในจุดยืน ใช้ความสุภาพ และทำอย่างเป็นการส่วนตัว เช่น ส่งอีเมล คุยทางโทรศัพท์ หรือพบปะกันเป็นการส่วนตัว
  3. ให้บุคคลที่สามช่วยเจรจา ซึ่งควรเลือกจากบุคคล ที่ลูกหนี้ให้ความเคารพ และเกรงใจ เช่น พ่อแม่ คนในครอบครัว ของลูกหนี้ หรือเพื่อนสนิท
  4. ใช้กฎหมายเป็นตัวช่วย หากเลือกใช้หลายวิธี แล้วไม่ได้ผล อาจต้องทำใจยอมรับว่า หนี้สูญ แต่หากทำใจไม่ได้ คงต้องใช้กฎหมาย เป็นตัวช่วย ก่อนลงมือ ควรแจ้งให้เขาทราบก่อนด้วยว่า คุณผิดหวัง ในตัวเขามากแค่ไหน และกำลังจะดำเนินการอะไรต่อไป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *